หญิงป่วยทางสมองตกอพาร์ตเมนต์ชั้น 4 ย่านพระโขนง เสียชีวิต

หญิงอายุ 57 ปี ป่วยทางประสาทพลัดตกอพาร์ตเมนต์สูง 4 ชั้น ร่างกระแทกพื้นเสียชีวิตในซอยพึ่งมี 52 ย่านพระโขนง
เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 27 เม.ย. ร.ต.อ.สมโภช พรายงาม รอง สว. (สอบสวน) สน.พระโขนง รับแจ้งเหตุหญิงพลัดตกที่สูงเสียชีวิต ภายในอาคารประสมทรัพย์อพาร์ทเม้นท์ ซอยพึ่งมี 52 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.ท.ณัฏฐ์ พิพัฒน์สวัสดิ์ รอง ผกก.สส.สน.พระโขนง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.), แพทย์นิติเวช รพ.จุฬาฯ และอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 4 ชั้น แบ่งห้องให้เช่าเป็นรายเดือน ตรวจสอบบริเวณด้านหลังอาคารซึ่งเป็นทางเดิน พบผู้เสียชีวิตชื่อ นางทองสุข ธาตุอินทร์จันทร์ อายุ 57 ปี สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวลายสก๊อตสีน้ำตาล นุ่งผ้าขนหนูสีน้ำตาล นอนหงายจมกองเลือดอยู่ในที่เกิดเหตุ มีบาดแผลแตกขนาดใหญ่ที่บริเวณด้านหลังศีรษะ จากการตรวจสอบเพิ่มเติมเจ้าหน้าที่พบหลังคากันสาดสังกะสีชั้นที่ 3 ชั้นที่ 2 และชั้นที่ 1 ทะลุเป็นรูพังเสียหาย

จากการสอบสวน นายสุรอนงค์ ธาตุอินทร์จันทร์ อายุ 20 ปี ลูกผู้ตาย เผยว่า ตนทำงานเป็นพนักงานร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านนานา และพักอยู่ห้อง 404 ชั้นที่ 4 ของอพาร์ตเมนต์ดังกล่าว โดยอยู่กับแม่เพียง 2 คน ก่อนหน้านี้ ตนและแม่อยู่ที่ จ.เชียงใหม่ แม่มีอาการป่วยทางประสาท ต้องเข้ารักษาที่ รพ.ประสาทเชียงใหม่มานานนับปี กระทั่งเมื่อประมาณ 4 เดือนที่ผ่านมา ตนต้องมาทำงานที่กรุงเทพฯจึงตัดสินใจพาแม่มาอยู่ด้วยกันมาอยู่ได้ประมาณ 1 เดือน แต่ก็ยังคงพาแม่เข้ารับการรักษาต่อที่ รพ.ศรีธัญญา มาโดยตลอด ทุกวันช่วงเช้าตนก็จะอยู่กับแม่เพียง 2 คน โดยเวลาประมาณ 2 ทุ่ม จะต้องออกไปทำงานและกลับมาอีกครั้งในเวลาประมาณ ตี 2 ของทุกวัน โดยจะมีการล็อกประตูจากด้านนอก เนื่องจากเกรงว่าแม่จะเกิดอาการทางประสาทแล้วเดินออกไปข้างนอกคนเดียวเกรงว่าจะได้รับอัตรายจึงล็อกห้องเอาไว้ โดยไม่ได้ล็อกประตูระเบียงไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องสลดแบบนี้

ด้าน ร.ต.อ.สมโภช เผยว่า เบื้องต้นจากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายมีอาการป่วยทางสมอง ก่อนเกิดเหตุมีคนเห็นว่าได้ออกมายืนบนกันสาดของชั้น ซึ่งอยู่หลังห้องดังกล่าว ก่อนที่จะร่วงทะลุกันสาดลงมาเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม จะได้ส่งศพไปผ่าพิสุจน์ที่นิติเวช รพ.จุฬาฯ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่ ก่อนส่งมอบญาตินำร่างผู้เสียชีวิตกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

ขอบคุณข่าวที่มีประโยชน์ และติดตามข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์